ในช่วงปลายสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ ๒ ในเอเชีย) พ.สมานคุรุกรรมได้เล่าถึงบทบาทของทหารไทยในกองทัพพายัพตอนหนึ่งจากบันทึกของพลตรีหลวงหาญสงครามว่า เมื่อประมาณปลายเดือน มกราคม ๒๔๘๗ พลโท จิระ วิชิตสงคราม แม่ทัพพายัพคนใหม่มีคำสั่งให้พลตรีหลวงหาญสงครามกับพันเอกหลวงเกรียงเดชพิชัย ผู้บัญชาการกองพลที่ ๔ ไปพบที่เมืองพยาค และสั่งการให้ส่งเชลยทหารจีนไปพบกับผู้บัญชาการกองพลที่ ๙๓ ของจีน ซึ่งตั้งประจัญกันคนละฝั่งแม่น้ำ เพื่อเจรจายุติการรบ เพราะการที่ประเทศไทยต้องเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นเกิดจากสถานการณ์บังคับ เมื่อกลับมาแล้วพลตรีหลวงหาญสงครามจึงให้หาธงขาวเขียนภาพจับมือไขว้ให้ร้อยตำรวจโท ธานี สุนทรกิจ ล่ามภาษาจีน เขียนหนังสือตามใจความข้างต้นและให้จ่านายสิบหนึ่งนายกับพลทหารจีนที่เป็นเชลยสามนายกับเสบียงอาหารพอกินได้สองวันเดินทางไปยังเมืองมะ พร้อมด้วยนายทหารฝ่ายเสนาธิการ นายทหารคนสนิทและหน่วยคุ้มกันเพื่อสมทบกับ พันโท ประยูร สุคนธทรัพย์(ยศขณะนั้น) ผู้บังคับการกองพันทหารราบซึ่งยึดเมืองมะและรักษาชายแดนแม่น้ำลำให้ร่วมเดินทางไปยังเมืองลา จากนั้นจึงส่งชุดเชลยศึกให้ลุยข้ามน้ำไปยังฝั่งเขตแดนจีนและให้พันโท ประยูร สุคนธทรัพย์จัดหมู่รับข่าวไว้ที่ชายฝั่งแม่น้ำลำ[1] เรื่องราวทางการทหารและการเมืองระหว่างประเทศในสงครามมหาเอเชียบูรพามีเนื้อหาโดยละเอียดในหนังสือประวัติการรบของทหารไทยในสงครามมหาเชียบูรพา ซึ่งรวบรวมและเรียบเรียงจากหลักฐานประวัติศาสตร์ และบันทึกคำให้สัมภาษณ์ของอดีตนายทหารที่มีประสบการณ์รบจริงในสงครามข้างต้น หนังสือดังกล่าวจัดทำโดย คณะกรรมการจัดทำหนังสือประวัติการรบของทหารไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา ของกองบัญชาการทหารสูงสุด(ปัจจุบัน คือ กองบัญชาการกองทัพไทย)
พันโท ประยูร สุคนธทรัพย์ ได้รับราชการสืบมาจนกระทั่งได้รับพระราชทานยศสุดท้ายเป็นพลเอกและเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม
ขณะที่รับราชการเป็นภัณฑารักษ์ของกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมการศึกษาวิจัย(ปัจจุบัน คือ กรมยุทธศึกาทหาร) กองบัญชาการทหารสูงสุด ผู้เขียนได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการจัดทำหนังสือประวัติการรบของทหารไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยมีพลเอกประยูร สุคนธทรัพย์ในวัย 84-85 ปีรับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง พูดจาเสียงดังฟังชัดสมเป็นชายชาติทหาร และมีเมตตาต่อผู้เขียนเป็นอย่างยิ่ง
ประเด็น คือ พลเอกประยูร สุคนธทรัพย์เรียกจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นบุคคลร่วมสมัยของท่านว่า “จอม-พน สะ-ริด ธะ-นะ-รัด”อย่างชัดเจนโดยตลอด ผู้เขียนจึงใคร่บันทึกความทรงจำนี้ไว้เพื่อเป็นอนุสาวรีย์อันยั่งยืนอีกด้านหนึ่งของท่านพลเอกประยูร สุคนธทรัพย์และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
[1] พ.สมานคุรุกรรม, เรื่องเล่าจากอดีต (๑๐) ต่วยตูน ธันวาคม ๒๕๔๖ ปักษ์แรกมุมประวัติศาสตร์ห้องสมุด ๒๑-๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ อ้างจาก http://www.bloggang.com/viewblog
พระปรางค์สามยอดถ่ายด้วยเทคนิคมุมกว้าง(Panorama Technic) ทำให้มุมด้านข้างเอนเข้าหาศูนย์กลางของภาพ



เทพีธาเลียสวมมงกุฎทำจากเถาไอวี่
เถาไอวี่สด(ขอขอบคุณข้อมูลจาก 











อนุสรณ์สถานแห่งชาติ(National Memorial) เป็นหน่วยงานสังกัดกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร กรมยุทธศึกษาทหาร(เดิม คือ กรมการศึกษาวิจัย กองบัญชาการทหารสูงสุด) กองบัญชาการกองทัพไทย
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลภาพเป็นอย่างยิ่ง(กำลังค้นว่ามาจากที่ใด)